Posted on

หนังจีน : ยอดพ่อครัววังจักรพรรดิ (Gilded Chopsticks)

หนังจีน : ยอดพ่อครัววังจักรพรรดิ (Gilded Chopsticks) นำเสนอเหตุการณ์ในรัชสมัย “จักรพรรดิคังซี” (จักรพรรดิองค์ที่ 4) แห่งราชวงศ์ชิง เนื้อหากล่าวถึงเรื่องราวของ “เกาเทียนเป่า” คุณชายตกยากจากเมืองหยางโจว (ในมณฑลเจียงซู) ซึ่งเดิมทีครอบครัวทำธุรกิจค้าขายเกลือจนมั่งคั่ง แต่หลังจากราชสำนักมีนโยบายผูกขาดการค้าเกลือ สกุลเกาซึ่งเป็นพ่อค้าเกลือรายใหญ่สุดในหยางโจว (เมืองแห่งการค้าเกลือ) ทั้งยังขายเกลือแบบเสรีมาแต่ไหนแต่ไร จึงถูกจับและโดนริบทรัพย์สินทั้งหมด

เทียนเป่าซึ่งเคยกินล้างกินผลาญ (สรรหาแต่ของดีราคาแพงมากิน) หลบหนีมาที่จิงเฉิง (ปักกิ่ง) พร้อมเพื่อนและบ่าวผู้ซื่อสัตย์นาม “หลี่เว่ย” แล้วหาเลี้ยงชีพด้วยการเปิดร้านขายซาลาเปาเล็กๆ โดยเมนูเด็ดคือ “เสียนอวี๋เปา” (ซาลาเปา (ทอด) ไส้ปลาเค็ม) หรือ “เปาปลาเค็ม” (แม้จะเป็นร้านเล็กๆ แต่เทียนเป่าใส่ใจในวัตถุดิบ ทั้งยังพิถีพิถันในการทำอาหาร ทำให้ขายดีแต่ไม่มีกำไร)

แม้ว่ากลิ่นอันตลบอบอวลของ “เปาปลาเค็ม” อาจทำให้หลายคนถึงกับน้ำลายสอ แต่บางคนได้กลิ่นแล้วสุดทน หนึ่งในนั้นคือ “หมี่เสี่ยวอวี๋” ซึ่งเปิดร้านบะหมี่อยู่ใกล้ๆ เธอจึงมักบุกมาโวยเรื่องกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ที่ร้านของเทียนเป่าจนเกิดมีปากเสียงกันบ่อยครั้ง (เทียนเป่าไม่รู้ว่าเธอเป็นผู้หญิง) ผิดกับจักรพรรดิคังซีที่โหยหาอาหารบ้านๆ อย่างเปาปลาเค็ม หลังเคยลิ้มรสแล้วติดใจเมื่อ 30 ปีก่อนตอนปลอมตัวเป็นสามัญชน แต่ทว่าสิ่งเล็กๆ ที่พระองค์ทรงโหยหากลับหาทานไม่ได้ในวังหลวง รัชทายาท “อิ้นเหริง” อยากเอาใจพระบิดาจึงมอบหมายให้องค์ชายสี่ “อิ้นเจิน” (ซึ่งมักตกเป็นเบี้ยล่าง และโดนรัชทายาทแย่งผลงานต่อหน้าต่อตา) ออกไปหาเปาปลาเค็มมาถวายพระบิดา

ขณะกำลังมองหาร้านขายเปาปลาเค็มในตลาด องค์ชายสี่เห็นหญิงงามนาม “จี้มู่เสวี่ย” กำลังโชว์รำดาบขณะเร่ขายยาบนถนนจึงหลงรักเธอตั้งแต่แรกเห็น หลังจากนั้นองค์ชายสี่กับ “เฝิงอิง” (คนสนิทและองครักษ์ส่วนตัว) ได้ไปที่ร้านของเทียนเป่าและขอซื้อเปาปลาเค็มแบบห่อกลับ แต่เทียนเป่าไม่ยอมขายให้เพราะหากซื้อกลับไปทานที่บ้านคุณภาพและรสชาติของเปาปลาเค็มจะเปลี่ยนไป องค์ชายสี่จึงจ้างเทียนเป่าให้ไปทำเปาปลาเค็มเป็นการส่วนตัว โดยปิดตาเทียนเป่าแล้วลอบพาเข้าโรงครัวหลวงในวังต้องห้ามยามวิกาล (เทียนเป่าไม่รู้ฐานะที่แท้จริงขององค์ชายสี่ และไม่รู้ว่าตนถูกพาเข้าวัง) หลังจักรพรรดิคังซีได้ลิ้มลองเปาปลาเค็มฝีมือเทียนเป่า พระองค์ก็รู้สึกดีใจและมีความสุขเพราะนี่คือรสชาติที่พระองค์ทรงโหยหามานาน

หลังเทียนเป่าจ่ายเงินค่าเช่า (ร้าน) ทั้งหมดที่ติดค้างมานานหลายเดือน ซ้ำยังจ่ายล่วงหน้าหกเดือนรวด โดยอวดว่ามีลูกค้าจ้างตนไปทำเปาปลาเค็มเป็นเงินก้อนโต หมอและนักพรตเต๋านาม “อูซือเต้า” (ซึ่งให้เทียนเป่าเช่าร้าน) รู้สึกสังหรณ์ใจจึงรีบตรวจดูดวงชะตาให้เทียนเป่าทันที (เขาเดาว่าก่อนหน้านี้เทียนเป่าถูกนำตัวไปทำเปาปลาเค็มในวัง) หลังจากนั้นก็ทำนายว่าเทียนเป่าจะเป็นทาสเพราะอาหาร เขาจะได้ดีมีเกียรติยศและชื่อเสียงเพราะอาหาร แต่จะประสบเคราะห์กรรมเพราะอาหารเช่นกัน อาหารจะทำให้เขาต้องเข้าวังต้องห้าม กลายเป็นทาสรับใช้ (พ่อครัว) สูญสิ้นอิสรภาพ ชีวิตยากปกป้อง หากดวงดีก็แค่เจ็บตัวแต่ถ้าดวงซวยอาจถึงขั้นถูกตัดหัว เทียนเป่าได้ยินแล้วรู้สึกหวาดกลัวจึงพยายามหลีกเลี่ยงวังต้องห้าม แต่หลังจากองค์ชายสี่ทั้งขู่และหลอกล่อ เทียนเป่าจึงจำใจเข้าไปทำเปาปลาเค็มในวังอีกครั้ง (เขานึกว่าองค์ชายสี่เป็นขันที) ด้วยความที่จิตใจว้าวุ่นเพราะกลัวคำทำนาย ทั้งยังบาดเจ็บที่ขา จึงทำให้คราวนี้รสชาติเปาปลาเค็มไม่เหมือนเดิม ครั้นรู้ว่าเทียนเป่าเข้ามาทำอาหารในวังโดยไม่พร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ ฮ่องเต้จึงบอกองค์ชายสี่ว่าต่อไปไม่ต้องฝืนใจเทียนเป่าอีก

รัชทายาทแต่งตั้ง “ไช่เฮ่อถิง” เป็นหัวหน้าพ่อครัวคนใหม่ประจำโรงครัวหลวง หลังหัวหน้าพ่อครัวคนเก่าแข่งทำอาหารแพ้พ่อครัวชาวญี่ปุ่น และงานแรกที่เฮ่อถิงได้รับมอบหมายจากรัชทายาทคือการทำเปาปลาเค็มให้มีรสชาติเหมือนของเทียนเป่า ครั้นลองทำอยู่นานแต่ไม่เป็นผล เฮ่อถิงจึงมาสืบหาสูตรเปาปลาเค็มที่ร้านของเทียนเป่าแต่ถูกจับได้เสียก่อน เฮ่อถิงไม่มีทางเลือกจึงขอฝากตัวเป็นศิษย์แต่เทียนเป่าปฏิเสธทันควัน เขาเลยหันมาเสนอเงินก้อนโตและสิ่งของล้ำค่าให้เทียนเป่าเพื่อแลกกับสูตรเปาปลาเค็มแต่ยังคงถูกปฏิเสธอยู่ดี เฮ่อถิงรู้สึกเจ็บแค้นจึงหาเรื่องกลั่นแกล้งเทียนเป่า หลังมีคนร้องเรียนว่าซาลาเปาที่ร้านเทียนเป่ามีสิ่งแปลกปลอม (เช่น หนอน) “เหนียนเกิงเหยา” จึงสั่งปิดร้านเพื่อทำการสืบสวนทันที แม้เทียนเป่าพยายามใช้เส้นสาย แถมองค์ชายสี่ซึ่งปลอมตัวเป็นสามัญชนยังมาช่วยเจรจา (เทียนเป่าบอกเหนียนเกิงเหยาว่าองค์ชายสี่เป็นขันทีใหญ่) แต่เกิงเหยาเป็นขุนนางใจซื่อถือคุณธรรมจึงปฏิบัติหน้าที่โดยไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม ครั้นเทียนเป่าคิดติดสินบนเกิงเหยาจึงรู้สึกโกรธ หลังร้านถูกปิดเทียนเป่าถึงได้รู้ว่าเฮ่อถิงวางแผนใส่ร้ายตน

หลังถูกผู้บังคับบัญชาบีบให้ละเว้นเทียนเป่าเพราะเทียนเป่าเส้นใหญ่ เกิงเหยาซึ่งเป็นคนทำงานแบบเถรตรงจึงลาออกทันที ปรากฏว่าทั้งหมดเป็นแผนขององค์ชายสี่ที่คิดลองใจและทดสอบเกิงเหยา ครั้นพบว่าเกิงเหยาเป็นคนซื่อตรงองค์ชายสี่จึงแต่งตั้งเขาเป็นผู้ช่วย ก่อนเดินทางไปยังซานตงด้วยกันเพื่อสืบหาความจริงเรื่องที่เงินบรรเทาภัยพิบัติหายไป หลังนำตัวขุนนางฉ้อฉลกลับมาขังไว้ในตำหนักรัชทายาทเพื่อรอการไต่สวนได้ไม่นาน ขุนนางคนดังกล่าวก็ถูกฆ่าปิดปาก จักรพรรดิคังซีซึ่งสุขภาพไม่สู้ดีเห็นเหล่าองค์ชายทะเลาะเบาะแว้ง ซ้ำยังใส่ร้ายป้ายความผิดกันไปมาก็โมโหจนหมดสติ รัชทายาทต้องการบรรเทาความโกรธของพระบิดาจึงสั่งให้องค์ชายสี่พาเทียนเป่าเข้าวังมาทำเปาปลาเค็มอีกครั้ง

เดิมทีเทียนเป่าไม่คิดเข้าวังอีกเพราะไม่อยากเป็นดั่งคำทำนาย แต่หลังหลี่เว่ยรับเงินจากทหารประจำตำหนักรัชทายาทแล้วถูกจับโทษฐานขโมยเงินหลวง เขาจึงยอมร่วมมือกับองค์ชายสี่ โดยปลอมตัวเป็นขันทีแล้วลอบเข้าไปสืบหาเบาะแสในตำหนักรัชทายาทและได้พบความลับโดยบังเอิญ (เทียนเป่าเพิ่งรู้ฐานะที่แท้จริงขององค์ชายสี่ ขณะที่องค์ชายสี่เริ่มสงสัยว่ารัชทายาทอยู่เบื้องหลังเงินบรรเทาภัยพิบัติที่หายไป) องค์ชายสี่คิดไม่ตกว่าควรเปิดโปงรัชทายาทหรือไม่จึงไปปรึกษาอูซือเต้าโดยหลอกถามเป็นนัยๆ อูซือเต้ารู้ว่าองค์ชายสี่หมายถึงรัชทายาทจึงแนะให้เปิดโปง แต่องค์ชายสี่เห็นแก่ความเป็นพี่น้องจึงยังไม่กราบทูลพระบิดา (ก่อนหน้านี้อูซือเต้าเคยทำนายว่าองค์ชายสี่จะเป็นใหญ่ในแผ่นดิน แม้องค์ชายสี่จะบอกว่าตนเป็นขันทีก็ตาม)

หลังตกหลุมพรางขององค์ชายแปด “อิ้นซื่อ” ที่หลอกให้หลงเชื่อว่ามีหลักฐานพร้อมเปิดโปงความผิดตน รัชทายาทจึงรีบเปิดศึกชิงบัลลังก์เพื่อรักษาอำนาจ แต่แผนการล้มเหลวเพราะองค์ชายสี่รู้เข้าเสียก่อน จักรพรรดิคังซีจึงปลดรัชทายาทจากตำแหน่งและสั่งจองจำชั่วชีวิต แต่ทว่าเกิงเหยาซึ่งสังหารหัวหน้าทหารยามที่นำกำลังมาล้อมตำหนักจักรพรรดิคังซีตามคำสั่งรัชทายาทกลับถูกสั่งขังเช่นกัน “เหนียนรั่วปี้” (น้องสาวเหนียนเกิงเหยาและรักแรกพบของเทียนเป่า เป็นหญิงงามอันดับหนึ่งในเมืองหลวง) เป็นห่วงพี่ชายเลยมาหาองค์ชายสี่เพื่อขอความช่วยเหลือและสอบถามความคืบหน้าเรื่องการปล่อยตัว โดยมอบแตงโมเป็นสินน้ำใจหนึ่งลูก องค์ชายสี่จึงนำแตงโมไปถวายพระบิดาแต่กลับถูกเข้าใจผิดคิดว่ามาย้ำเตือนเรื่อง (อดีต) รัชทายาท ถึงกระนั้นองค์ชายสี่ก็ยังขอความเมตตาให้เกิงเหยา โดยชี้ว่าเกิงเหยาจำต้องทำเช่นนั้นเพื่อปกป้องพระองค์ จักรพรรดิคังซีเห็นว่าคำพูดองค์ชายสี่มีเหตุผล จึงให้เหนียนเกิงเหยาทำคุณไถ่โทษด้วยการไปปราบโจรที่ออกอาละวาดในแถบซานตง

เทียนเป่าเข้าใจผิดคิดว่าเหนียนรั่วปี้เชิญตนมาร่วมงานวันเกิดมารดา จึงปรุงอาหารจานเด็ดไปเป็นของขวัญวันเกิด แต่ไปแล้วกลับพบว่าตนไม่ใช่คนที่เธออยากพบและมีใจให้ เกิงเหยายืนยันกับน้องสาวว่าเทียนเป่าคือเกาเทียนเป่าตัวจริง แต่รั่วปี้ยืนกรานว่าเขาไม่ใช่เกาเทียนเป่าที่เธอรู้จัก ครั้นพบว่าเทียนเป่านำอาหารที่ทำจากปลาเค็มมามอบเป็นของขวัญวันเกิดมารดา เกิงเหยาก็รู้สึกโกรธเพราะเป็นอาหารอัปมงคล เขาจึงไล่ตะเพิดเทียนเป่าออกจากบ้าน เสี่ยวอวี๋เห็นแล้วทั้งสงสารและรู้สึกผิดจึงสารภาพว่าตนไปร่วมงานแข่งขันคัดเลือกคู่ครองของรั่วปี้แบบขำๆ โดยอ้างชื่อเทียนเป่า (เสี่ยวอวี๋เป็นคนเดียวที่ทายปัญหาเกี่ยวกับอาหารถูกทั้งหมด รั่วปี้จึงรู้สึกประทับใจและคิดที่จะเลือกเสี่ยวอวี๋เป็นคู่ครอง โดยไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วเสี่ยวอวี๋เป็นผู้หญิง) หลังรู้ว่าเกาเทียนเป่าที่น้องสาวตนพูดถึงแท้จริงคือเสี่ยวอวี๋ เกิงเหยาจึงเค้นถามความจริงว่าหลอกลวงน้องสาวตนทำไม ครั้นรู้ว่าเสี่ยวอวี๋แค่นึกสนุกจึงไปร่วมแข่งขันทายปัญญาในงานเลือกคู่ของรั่วปี้ เกิงเหยาจึงห้ามไม่ให้เสี่ยวอวี๋เข้าใกล้น้องสาวตนอีก

จักรพรรดิคังซีติดใจรสชาติอาหารของเทียนเป่าจึงลงทุนปลอมตัวเป็นสามัญชนแล้วบุกไปหาเทียนเป่าถึงที่ร้าน จากนั้นก็ขอให้เทียนเป่าทำเปาปลาเค็มให้ทาน ครั้นรู้ว่าเทียนเป่าไม่ยอมเข้าวังหลวงเพราะกลัวประสบเคราะห์กรรมดังคำทำนาย จักรพรรดิคังซีจึงมอบป้ายทองอาญาสิทธิ์ (เว้นโทษตาย) ให้เทียนเป่า เทียนเป่ากับหลี่เว่ยนึกไม่ถึงว่าชายที่อยู่ตรงหน้าคือฮ่องเต้ แถมพระองค์ยังลดตัวมาเชิญเทียนเป่าไปเป็นพ่อครัวในวังด้วยตนเอง เทียนเป่าจึงยอมเข้าไปทำงานวังโดยมีหลี่เว่ยและเสี่ยวอวี๋ติดตามไปด้วย (เสี่ยวอวี๋ต้องการเข้าไปสืบหาเบาะแสของ “อู่เว่ยต้าซือ”) หลังเข้าวังแล้วเทียนเป่าถึงได้รู้ว่าเฮ่อถิงคู่ปรับของตนเป็นหัวหน้าพ่อครัวประจำโรงครัวหลวง